วันที่ 26 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า คนเพชรบูรณ์ วิเชียรบุรี ได้โพสต์ ข้อความว่า “ซ่อมเอง ใช้เอง นักเลงพอ” พร้อมคลิปวีดีโอ ความยาวประมาณกว่า 15 นาที เป็นภาพ ครูกับเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จำนวนราว 10 คน กำลังช่วยกันนำเศษหินและยางมะตอยเก่า ที่ถูกรื้อออกจากพื้นผิวถนนลาดยาง มาทำการเทซ่อมแซมถนนสายบ้านสันติสุข – บ้านใหม่วิไลวัลย์ ซึ่งเป็นถนนลาดยางที่ชำรุดเสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่มานานหลายปี จนทำให้รถจักรยานยนต์ผู้ปกครองที่มาส่งเด็กนักเรียน เกิดอุบัติเหตุจำนวนหลายครั้ง แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ลงมาทำการแก้ไขซ่อมแซมดูแล

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่หมู่ 9 บ้านสันติสุข ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี พบกับ นายมนตรี พิจิตรอาจ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก ดังกล่าว และเป็นครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ที่นำเด็กนักเรียนจำนวนราว 10 คน มาช่วยกันนำเศษหินและยางมะตอยเก่า ที่ถูกรื้อออกจากพื้นผิวถนนลาดยาง มาทำการเทใส่ตามหลุมตามบ่อ พร้อมใช้ค้อนทุบแทนเครื่องบด เพื่อซ่อมแซมถนนจากหมู่ 9 บ้านสันติสุข ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี ไปยังหมู่ 10 บ้านใหม่วิไลวัลย์ ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี ซึ่งเป็นถนนลาดยางที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 ตำบล ความยาว 14.860 กิโลเมตร ที่เด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นมัธยม หลายโรงเรียน จำนวนกว่า 100 คน ต้องใช้ถนนเส้นทางดังกล่าว เพื่อเดินทางมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนในพื้นที่ ต.น้ำร้อน และในตัว อ.วิเชียรบุรี

โดยแต่ละวันจะมีรถรับส่งนักเรียนที่วิ่งเข้าออกเส้นทางดังกล่าว จำนวนเกือบ 10 คัน รวมทั้งยังเป็นถนนที่เกษตรกรใช้ในการขนส่งสินค้าผลผลิตทางการเกษตร ออกมาขายที่ตัวตลาด และชาวบ้านใช้ในการเดินทางมาติดต่อกับทางอำเภอ แต่ปัจจุบันถนนสายดังกล่าว ได้ชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่เกือบตลอดเส้นทาง จนครูนักเรียนหวั่นเกรงว่า อาจจะทำให้เกิดโศกนาฏกรรม เนื่องจากรถจักรยานยนต์ผู้ปกครองที่มาส่งเด็กนักเรียน เกิดอุบัติเหตุล้มคว่ำจำนวนหลายครั้ง จนชาวบ้านขนานนามให้ถนนเส้นนี้ว่าเป็นถนน 200 หลุม

 

นายมนตรี พิจิตรอาจ เล่าว่า บ้านของตนอยู่ติดกับถนน เมื่อมีรถวิ่งผ่านตนจะได้ยินเสียงล้อรถทุกชนิดที่วิ่งผ่านไปมาตกหลุมเสียงดังตู้ม เราก็คิดว่ารถจะพังไหมเนี่ย ก็เลยพาเด็กนักเรียนไปขน หน้าถนนที่เขารื้อทิ้งแล้วเอามาใส่หลุมแล้วช่วยกันทุบ เพื่อให้ถนนไม่มีหลุมเวลารถวิ่งผ่านจะได้ไม่ตกหลุม เพราะว่าเวลาฝนตกจะมองไม่เห็นหลุม พอรถตกหลุมน้ำโคลนก็จะกระจายไปเปอะเปื้อนเด็กนักเรียน สร้างความเดือดร้อนให้เด็กนักเรียน และผู้ที่สัญจรผ่านไปมา

โดยเริ่มจากบริเวณหน้าบ้านตนเอง และจะทำไปเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้ อยากจะฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ช่วยมาซ่อมแซมทางเส้นนี้ เพื่อเด็กๆจะได้เดินทางสะดวกสบายขึ้น เพราะว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบางคนขี่รถมาก็ลื่นล้ม บางคนพอรถตกหลุมก็ตกใจรถเสียหลักล้ม ได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะเด็กผู้หญิง

นางสาวกรรณิกา สิงห์หลง อายุ 35 ปี เล่าว่า ถนนเส้นนี้สร้างมากว่า 20 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีการปรับปรุง อาจจะมีการซ่อมแซมบ้างโดยการเอาดินลูกรังมาเททับ ก็พึ่งจะเคยเจอการซ่อมที่เอาดินลูกรังมาเททับถนนที่เป็นราดยาง ถ้าหากไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ พวกเราก็ต้องอยู่กันแบบนี้ และต้องรับความเดือดร้อนต่อไป แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะขอร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลพวกเราบ้าง



บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์