เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่จะทำให้ทุกชีวิต โดยเฉพาะเด็กนักเรียนทุกคน ที่มีครอบครัวที่พร้อมดูแลมีเงินในการเรียนหนังสือ อยากให้ดูชีวิตของเด็กชายตะวัน ที่อยู่อย่างยากลำบาก รถเข้าไม่ถึงบ้าน สองข้างทางมีแต่ป่า กับ ภูเขา ความจริงถูกเปิดเผยเมื่อครูไปส่งเด็กชายตะวันที่บ้าน 

ความจริงชีวิตเด็กชายตะวันถูกเปิดเผย เมื่อครูประจำชั้นไปส่งที่บ้าน หัวใจครูแทบหยุดนิ่ง   

โดยครูสาวรายนี้ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “เด็กชายตะวัน แก้วดำ (อ่านสักนิดนะคะ) #สตอรี่ของเด็กชายตัวเล็ก

เรื่องเล่าเย็นวันจันทร์ ครูออกเยี่ยมบ้าน เด็กชายตะวันอาสาพาครูเมย์และครูเจินไปเยี่ยมบ้านของเพื่อนๆ ในระเเวกบ้านใกล้เคียงของตัวเอง เราออกเดินทางไปยังบ้านสวนปราง ต.คลองสระ เวลา 16.00 น. เราผ่านห้วย เหว ภูเขาลำเนาไพร รวมถึงข้ามน้ำข้ามคลองกัน จนเยี่ยมบ้านหลังที่ 1 2 3 4 และ 5 สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ถึงเวลาต้องไปส่งเด็กน้อยผู้อาสาพาครูไป

บทสนทนา ระหว่างทางไปบ้านของตะวัน
ครูเมย์ : บ้านตะวันอยู่ใกล้ไหมคะ (คำแรกที่ครู ผู้หญิง 2 คน กับรถเก๋งโหลดต่ำคู่ใจถาม)
ตะวัน : ครูครับ เดี๋ยวครูส่งผมที่ถนนราดปูนก็พอ รถครูต่ำมันขึ้นไม่ได้แน่ ถนนก็ลำบาก ขึ้นควนลงควนเลยครู ไกลอีก
ครูเจิน : แล้วตะวันอยู่กับใคร
ตะวัน : พ่อกับแม่ครับ

ครูเมย์ : พ่อกับแม่ทำงานอะไร แล้วทำไมมาอยู่ในหุบเขาแบบนี้
ตะวัน : พ่อกับแม่รับจ้างครับ มาอยู่บนนี้ไม่มีค่าเช่าบ้าน แต่ไม่มีไฟใช้ครับครู
ครูเมย์ : ไฟเข้าไม่ถึงเหรอ
ตะวัน : คนก่อนที่มาอยู่ เขาไม่จ่ายค่าไฟครับ เขาบอกแม่ว่าถ้าอยากใช้ไฟ ต้องเอาตังค์ไปจ่ายเกือบ 2,000 ครับ

ครูเมย์และครูเจิน เงียบกันไปพักหนึ่ง และเมื่อเราทั้ง 2 คน ตัดสินใจกันแล้วว่าไกลแค่ไหนต้องไปให้ถึง ให้เห็นกับตา ถึงจะลำบากก็ไม่กลัว
ตะวัน : ถึงแล้วครับบ้านผม
ครูเมย์ : สองข้างทางมีแค่ป่า กับภูเขา ไม่เห็นบ้านสักหลัง ฝนก็เริ่มตกหนัก
ตะวัน : รถลงไม่ได้ครับ ต้องเดินเข้าไป บ้านไม่มีไฟ ครูกลับก่อนก็ได้ ไม่เป็นไรครับ
ครูเจิน : ไป มาแล้วต้องไปให้ถึง

ความจริงชีวิตเด็กชายตะวันถูกเปิดเผย เมื่อครูประจำชั้นไปส่งที่บ้าน หัวใจครูแทบหยุดนิ่ง  

เราสองคนเดินเท้าลงไป ลงเขา ขึ้นเขา ทางลาดชัน ฝนตกโปรยๆ ต้องหลบหลีกทางที่ลื่นไหล จนถึงบ้านตะวัน
ครูเจิน : ไม่มีใครอยู่เลยไปไหนกันหมด (ขณะนั้นเวลา 18.20 น.)
ครูเมย์ : ทำไมแม่ไม่หาบ้านเช่าแถวๆ โรงเรียนละตะวัน
ตะวัน : หาแล้วครับ 3 วันแล้ว ไม่มีบ้านว่างเลย ที่มีก็เดือนละ 2,000 – 3,000 #บางวันแม่มีไม่ถึงร้อยครับครู
ครูเมย์ : ลูกเอ๋ย ตั้งใจเรียนนะตะวัน สักวันเราต้องมีในสิ่งที่เราไม่เคยมี เห้อ เด็กที่ตั้งใจเรียนหนังสือ โตขึ้นจะได้มีงานดีๆ ทำนะ

ครูเจิน : ลูกเอ๋ยยย
ตะวัน : #ก่อนเปิดเทอมแม่พาผมไปซื้อรองเท้ามีตังค์ไปไม่พอ เห็นราคาแล้วก็แค่กลับบ้านครับ (น้ำตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งไหล พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เจอออกมาด้วยความหดหู่ใจ

ความจริงชีวิตเด็กชายตะวันถูกเปิดเผย เมื่อครูประจำชั้นไปส่งที่บ้าน หัวใจครูแทบหยุดนิ่ง  

ครูเมย์ : ได้เงินมาโรงเรียนวันละเท่าไหร่ตะวัน
ตะวัน : 30-40 บาทครับครู บางวันก็…..
ครูเมย์ : วันไหนไม่มีตังค์กินขนมมาเอาจากครูนะ
ครูเจิน : เราไปรอแม่ที่รถครูดีกว่า น่าจะปลอดภัยด้วย

18.50 น. พ่อแม่ของตะวันกลับมาจากไปรับจ้างขึ้นตัดสะตอ ขับรถสวนทางกัน ความมีน้ำใจของพ่อ ส่งสะตอให้ครู พร้อมกับยิ้มแล้วบอกว่า #ขอบคุณครับที่มาส่งลูก #เรื่องราวเหล่านี้สอนให้เรารู้ว่าเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้เราก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้นั้น คือ โอกาส
…โอกาสแรกที่ได้รับคือการเลี้ยงดู และส่งให้เรียนหนังสือจากผู้เป็นพ่อและแม่
…โอกาสที่สองคือ ครูผู้เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองที่คอยให้ความรู้ สอนเรียน เขียน อ่าน ด้านการศึกษา
…ส่วนโอกาสที่สาม มาจากความมานะ พยายามของเด็กชายตะวันผู้ซึ่งเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้
แม้วันนี้โอกาสดีดีหลายๆ เรื่องอาจจะยังมาไม่ถึงแต่ครูขอเป็นกำลังใจ แรงใจ ในการส่งเธอให้ถึงฝั่งอีกก้าวหนึ่ง #โดยขอรับบริจาคเสื้อผ้านักเรียน กางเกงนักเรียน รองเท้า ถุงเท้า จากผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ให้น้องด้วยคำว่า #โอกาสที่มอบด้วยใจ จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะ ติดต่อทางแชทครูเมย์ได้เลยค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกน้ำใจ ที่มอบให้เด็กชายตะวัน”

ล่าสุด ครูได้โพสต์ข้อความอัพเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับเด็กชายตะวันอีกว่า “#ขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ว่าที่ร้อยโทสมชายเรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ นายธรรมรงค์ มณีโชติ นาย กองค์การบริหารตำบลคลองสระ คณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาฯหัวหน้าส่วนและพนักงานส่วนตำบล ที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับเด็กชายตะวัน เเก้วดำ และเด็กหญิงเสาวลักษณ์ อินทร์พรหม ในครั้งนี้ ..คณะครูโรงเรียนบ้านคลองสระ”

ความจริงชีวิตเด็กชายตะวันถูกเปิดเผย เมื่อครูประจำชั้นไปส่งที่บ้าน หัวใจครูแทบหยุดนิ่ง  


CR. ภิญญดา หิมวรรณวงษ์