เครื่องมือค้นหา
หน้าแรก » ข่าวการศึกษา » ก.ค.ศ. ไฟเขียว! จัดสรร 23,321 อัตราเกษียณ พร้อมปรับขึ้น เงินเดือนครู ขั้นทะลุ

ก.ค.ศ. ไฟเขียว! จัดสรร 23,321 อัตราเกษียณ พร้อมปรับขึ้น เงินเดือนครู ขั้นทะลุ

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 15 ส.ค. 2563 03:17:09 น. เข้าชม 28438 ครั้ง

 รับทำเว็บโรงเรียน 5900 ใช้งานได้เลย GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
ก.ค.ศ. ไฟเขียว! จัดสรร 23,321 อัตราเกษียณ พร้อมปรับขึ้น เงินเดือนครู ขั้นทะลุ
แจกฟรีโปรแกรมจัดตารางเรียน แจกฟรีโปรแกรมเช็คชื่อ บันทึกความดี

ดูในรายการ : ข่าวการศึกษา ทั้งหมด

กดติดตาม Facebook และ YouTube ห้องพักครูเพื่อเป็นกำลังใจ
ก.ค.ศ. ไฟเขียว! จัดสรร 23,321 อัตราเกษียณ พร้อมปรับขึ้น เงินเดือนครู ขั้นทะลุ
เงินเดือนครู ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ. เห็นชอบจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย.2563 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานปลัดศธ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รวม 23,321 อัตรา แบ่งดังนี้

เงินเดือนครู ที่ประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ. เห็นชอบจัดสรรอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย.2563 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานปลัดศธ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รวม 23,321 อัตรา แบ่งดังนี้

สพฐ. 21,984 อัตรา
สำนักงานปลัดศธ. 254 อัตรา
สอศ. 1,083 อัตรา
สงวนตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) จำนวน 2 อัตรา

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับจากอัตราเกษียณรวม 5,641 อัตรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

พร้อมกันนี้ยังอนุมัติ เงินเดือนขั้นทะลุให้ข้าราชการครู กรณีเงินเดือนเหลื่อมขั้นสูงกว่า จากเดิมจะอนุมัติเงินเดือนทะลุแก่ผู้ที่ได้รับเงินเดือนขั้นสูง และได้รับเลื่อนเงินเดือนในเมษายน


ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2563 โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้


อนุมัติจัดสรรอัตราว่างเกษียณอายุ 23,321 อัตรา


          ที่ประชุมอนุมัติ การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวนทั้งสิ้น 23,321 อัตรา ดังนี้


- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 21,984 อัตรา

- สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 254 อัตรา โดยให้สงวนตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) จำนวน 2 อัตรา เนื่องจากอยู่ระหว่างการทบทวนแนวทางการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ของ คปร.

-สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 1,083 อัตรา


ข่าวอื่นๆ - รับทำเว็บไซต์โรงเรียน รับทำเว็บไซต์โรงเรียน ราคาถูก (ฟรีโดเมน+ฟรี Hosting 1 ปี) ระบบใช้งานง่าย


     โดยให้ส่วนราชการดำเนินการเกลี่ยอัตรากำลังที่ได้รับอนุมัติไปกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

1. ให้กำหนดจำนวนและประเภทตำแหน่งตามเงื่อนไขที่ คปร. กำหนด โดยเคร่งครัด

2. ตำแหน่งที่กำหนดจะต้องมีจำนวนและประเภทตำแหน่งตามที่ ก.ค.ศ. อนุมัติ

3. ให้กำหนดตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาที่มีอัตรากำลังไม่เกินกรอบอัตรากำลังของประเภทตำแหน่งนั้น ๆ หรือเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด

4. ในการใช้อัตราที่ได้รับการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ให้ใช้ได้ไม่ก่อนวันที่ ก.ค.ศ. มีมติอนุมัติ


         ทั้งนี้ ให้ สพฐ., สอศ. และสำนักงาน กศน. สงวนอัตราตำแหน่งครูผู้ช่วยที่ได้รับการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 5,311 อัตรา จำนวน 320 อัตรา และจำนวน 10 อัตรา ตามลำดับ เพื่อรองรับการบรรจุบุคคลตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ตามมติคณะรัฐมนตรีและที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการ คือ จัดสรรอัตราตำแหน่งข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการไม่เกินร้อยละ 25 ของอัตราตำแหน่งข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการในรอบ 10 ปี (ปี พ.ศ. 2559-2568) โดยให้เป็นไปตามข้อตกลงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับส่วนราชการนั้น ๆ


เห็นชอบหลักเกณฑ์ฯ การคัดเลือกรอง ศธจ.และ ศธจ.


ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัด เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการจังหวัด (ว 11/2563) กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ต้องได้รับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด


        ซึ่ง ก.ค.ศ. เห็นว่าการเข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ควรกำหนดให้มี 4 องค์ประกอบ คือ การคัดกรองการคัดเลือก การพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง และการประเมินสัมฤทธิ์ผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา ซึ่งในส่วนของการคัดกรองนั้น บังคับทักษะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง


        ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ว 2/2562) มาเป็นฐานในการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัด และศึกษาธิการจังหวัด โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้


 - ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการพัฒนา และจัดทำรายละเอียดหลักสูตร

 - ระยะเวลาการพัฒนา รองศึกษาธิการจังหวัด ไม่น้อยกว่า 35 วัน และ ศึกษาธิการจังหวัด ไม่น้อยกว่า 30 วัน

 - ขอบข่ายการพัฒนา ประกอบด้วย 3 ส่วน

        – ส่วนที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะ (รองศึกษาธิการจังหวัด ไม่น้อยกว่า 15 วัน และศึกษาธิการจังหวัด ไม่น้อยกว่า 10 วัน)

        – ส่วนที่ 2 การเรียนรู้ในสภาพจริง (ไม่น้อยกว่า 15 วัน)

        – ส่วนที่ 3 การรายงานผลการเรียนรู้ และการนำเสนอแผนกลยุทธ์การพัฒนาการศึกษาในจังหวัด (ไม่น้อยกว่า 5 วัน)

 - วิธีการพัฒนา ใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ การเรียนรู้ในสภาพจริง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ฯลฯ

 - เกณฑ์การประเมิน

        – ตำแหน่งรองศึกษาธิการจังหวัด ต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของระยะเวลาการพัฒนาทั้งหมด และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินในแต่ละส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

        – ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ต้องมีระยะเวลาเข้ารับการพัฒนาไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของระยะเวลาการพัฒนาทั้งหมด และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินในแต่ละส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80


เห็นชอบให้สรรหาคนพิการ เข้ารับการบรรจุแต่งตั้งในทุกส่วนราชการ


        ที่ประชุมเห็นชอบ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการสรรหาและเลือกสรรคนพิการ เข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จำนวน 5 ตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้าทำงานในส่วนราชการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. นร 1004/ว 21 ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2559 โดยอนุโลม


        ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ก.ค.ศ. ยังมิได้กำหนด ซึ่งตาม พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 133 วรรคแรก กำหนดว่าในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกา หรือ ก.ค.ศ. ยังมิได้ออกกฎ ข้อบังคับ ระเบียบหรือจัดทำมาตรฐานตำแหน่ง วิทยฐานะหรือกำหนดกรณีใดเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นำพระราชกฤษฎีกา / กฎ ก.พ. / กฎ ก.ค./ มติ ก.พ. / มติ ก.ค. / มติคณะรัฐมนตรี / ระเบียบ มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง หรือ กรณีที่ ก.ค. หรือ ก.พ. กำหนดไว้แล้ว ซึ่งใช้บังคับอยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม


        ดังนั้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และเพื่อให้การดำเนินการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ของทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างเหมาคนพิการเป็นมาตรฐานเดียวกัน

        จึงเห็นชอบ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จำนวน 5 ตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้าทำงานในส่วนราชการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 21ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2559 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

    

        พร้อมกันนี้ได้เห็นชอบ ให้ทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) โดยให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ ก.พ. กำหนด (ว 21/2558 และ ว 17/2559) มาใช้บังคับโดยอนุโลม



 






ธาริณี นาคเมธี : ข่าว
ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ
ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่  ก.ค.ศ. :  Editor
https://otepc.go.th/th/content_page/item/3070-6-2563-2.html?preview=2


☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>

เว็บไซต์ห้องพักครูดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
กดติดตาม YouTube ห้องพักครูเพื่อเป็นกำลังใจ
แจกฟรีโปรแกรม ปพ.5 ล่าสุด แจกฟรีโปรแกรมเช็คชื่อ บันทึกความดี
ADS-AMP

เนื้อหาแนะนำ ข่าวการศึกษา


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !


วิธีการดาวน์โหลด สือการสอน แผนการสอน

จำหน่ายแผนการสอน ป.1-ม.6 ล่าสุด


หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา

1111

รวมหนังสือเตรียมสอบ





ข่าว ล่าสุด

ติดตามเรา Facebook

รายการที่น่าสนใจ

รายการที่น่าสนใจ