หน้าแรก » คู่มือครู » รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 11 พ.ค. 2562 05:34:17 น. เข้าชม 3298 ครั้ง

 รับทำเว็บโรงเรียน 5900 ใช้งานได้เลย GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562 ☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>

หมวดหมู่ : คู่มือครู

รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

รูปแบบวิธีการสอน: การเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน ปี 2562

ว่ากันว่า คุณครูที่ดีย่อมไม่หยุดพัฒนาตนเอง ต้องมองหาความรู้ใหม่ๆ รวมถึงเทคนิคการสอนที่ทันสมัยซึ่งจะช่วยให้เด็กๆมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้มากขึ้น แต่ในหลายๆครั้งคุณเองอาจจะไม่เข้าใจคำศัพท์ที่ใช้ในทฤษฎีการสอนใหม่ๆเสียด้วยซ้ำไป เหตุการณ์เหล่านี้เกิดได้ทั้งกับคุณครูมือใหม่และคุณครูผู้มากประสบการณ์ ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาพวกนี้ เพียงการเปิดใจให้กว้างและรับฟังเด็กนักเรียนของคุณว่าเค้าต้องการอะไร ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ในห้องเรียน และยิ่งผสานกับเทคนิคการสอน หรือ เลือกสื่อการสอนที่เหมาะสมแล้ว จะยิ่งสามารถพัฒนาศักยภาพทางการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในห้องเรียนของนักเรียนได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังจุดประกายให้เด็กๆรักการเรียนรู้ในระยะยาวอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เองทีมงานของเรา จึงได้สรุปรูปแบบการสอนที่ได้รับการทดสอบและพิสูจน์ผลลัพธ์ในห้องเรียนมาแล้วว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเด็กได้จริง คุณไม่จำเป็นต้องใช้ทุกข้อในทันที แค่เลือกหัวข้อที่สามารถประยุกต์เข้ากับสไตล์การสอนของคุณได้ เท่านี้ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเตรียมพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน

เชื่อมโยงเรื่องราว หน้าที่หนึ่งที่คุณครูอย่างพวกเราต้องรับผิดชอบ คือการอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย และต้องทำให้ให้แน่ใจว่าเด็กๆจะไม่รู้สึกกดดัน หรือเครียดจนกลัวการเข้าชั้นเรียนของคุณ ฉะนั้นหากคุณสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาการสอนกับโลกใกล้ตัวที่เด็กๆสามารถพบเห็น หรือสัมผัสประสบการณ์ได้โดยตรงในชีวิตประจำวัน เด็กๆก็จะสามารถบูรณาการความคิดกับความรู้ที่ได้รับจากคุณได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเค้าเริ่มคิด วิเคราะห์ และเชื่อมโยงความรู้ได้เองแล้ว ก็จะเริ่มสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนโดยอัตโนมัติจากความสนุก และความสนใจจากภายใน เหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่มีพลังอย่างแท้จริง ไม่ต่างจากการพาไปทัศนศึกษาหรือดูงานตามบริษัท ห้างร้าน หรือร้านค้า โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรอการติดต่อจากบริษัทใหญ่ๆ เพราะองค์กรขนาดเล็กที่คุณอาจจะมีเพื่อนๆ หรือญาติทำงานอยู่นั้น ก็เป็นจุดเริ่มที่ดีที่ทำจะให้เด็กๆได้เรียนรู้ ในส่วนที่ไม่ควรมองข้าม นักเรียนจะได้เห็นภาพรวมด้วยตนเอง ได้ฟังคำแนะนำ และเข้าใจได้ยังท่องแท้จากผู้มีประสบการณ์จริงว่า ถ้าเค้าอยากจะทำหรือเป็นอะไรที่เค้าใฝ่ฝันนั้น การที่เค้าจะต้องเริ่มจากจุดเล็กๆนั้นต้องใข้ทักษะ หรือประสบปัญหาอะไรบ้าง เด็กๆก็จะไม่มองข้ามวิชาเรียนที่เกี่ยวข้อง และเด็กๆเองก็จะได้เปิดโลกทัศน์ ได้พบมุมมองหลากหลาย และได้มีทางเลือก หรือเป้าหมายชีวิตที่แตกแขนงกิ่งก้านสาขาออกมาได้มากกว่า อย่าลืมว่าคุณเองก็เคยรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมไม่มีใครเคยบอก สอน หรือเล่าเกี่ยวเรื่องราวต่างๆนอกห้องเรียนให้คุณฟัง

 

ส่วนร่วมทางการเรียนรู้ นักเรียนทุกคนต่างมีทักษะที่โดดเด่นแตกต่างกัน การช่วยจับกลุ่มให้พวกเค้าได้ทำงาน/กิจกรรมร่วมกันในห้องเรียน และปล่อยให้พวกเค้าได้โต้เถียง หรือแสดงความคิดเห็นระหว่างกันนั้น จะช่วยพัฒนาความมั่นใจในตนเอง และกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ และพัฒนาทักษะการสื่อสารอีกด้วย เพราะคุณคงไม่อยากให้เด็กๆโตมานั่งเงียบในห้องประชุม หรือไม่กล้านำเสนอความคิดของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องแนะนำวิธีการเสนอแนะข้อคิดเห็นที่แตกต่างอย่างไม่ก้าวร้าว หรือศิลปะในการพูดด้วยแล้วเค้าก็จะค่อยเรียนรู้ต่อไปเอง นอกจากนั้น กิจกรรมอื่นๆอย่าง การให้แก้ปัญหาโจทย์เลข, การทดลองโครงงานทางวิทยาศาสตร์, หรือแม้แต่การแสดงหน้าห้องเรียน ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่จะปลูกฝังให้เด็กๆรู้จักการมีส่วนร่วม 

เทคโนโลยีในชั้นเรียน การนำเทคโนโลยีสื่อการสอนเข้ามาเป็นกลยุทธ์ทางการสอนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะสามารถดึงความสนใจของเด็กๆในยุคนี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อดิจิทัลมีเดียที่เข้ามามีบทบาทหลักในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคนไปแล้วไม่ว่าจะเป็น กระดานอินเตอร์แอคทีฟบอร์ด คอมพิวเตอร์, สมาร์โฟน และ อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้นำเสนอสื่อการสอน รูปภาพประกอบ วีดิโอ ที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจแนวคิด หรือเนื้อหาบทเรียนได้ง่ายขึ้น การเรียนก็จะเป็นเรื่องสนุกเมื่อนำทคโนโลยีมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

เรียนรู้จากคำถาม การสอนวิธีนี้จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งจะช่วยให้เค้าเข้าใจเนื้อหาการเรียนมากขึ้น ดังนั้นการเทคนิคการสอนแบบ เรียนรู้จากคำถามจะกระตุ้นให้นักเรียนเรียนรู้ได้ทันทีจากการ ตั้งคำถาม, ข้อสงสัย และทางแก้ปัญหาหรือโจท์ย โดยวิธีการค้นคว้าจากการอ่านหนังสือต่างๆและสรุปผล รายงานออกมาว่าคำตอบนั้นได้มาอย่างไร และเรียนรู้อะไรบ้าง ฉะนั้นในการที่จะประสบความสำเร็จในศวรรตที่ 21 เราจำเป็นต้องฝึกฝนเด็กๆให้สามารถตอบคำถามที่ซับซ้อน และสามารถหาทางออกให้กับทุกๆสถานการณ์ที่เค้าจะต้องเผชิญให้ได้

การบริหารพฤติกรรม การบริหารพฤติกรรมนั้นจะมีประสิทธิผลที่ดีได้ คุณต้องให้ความสำคัญกับการการบังคับใช้ แล้วคุณจะได้รับความเคารพเป็นการตอบแทน รับรองได้เลยว่าพวกเค้าทุกคนจะมีโอกาสเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้ไม่ยาก เพราะห้องเรียนที่โกลาหล เสียงดังโหวกเหวกนั้นจะไม่ช่วยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ หรือปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีใดๆให้เด็กเลย ในทางกลับกัน ถ้าคุณครูและนักเรียนให้ความเคารพต่อในฐานะเพื่อนมนุษย์ต่อกันบนกฎระเบียบวินัยที่สมดุล เหล่านี้จะเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้ทั้งตัวคุณและนักเรียนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การเป็นคุณครูที่ดี ก็ต้องเผชิญปัญหาต่างๆ และต้องผ่านบททดสอบเหล่านั้นให้ได้ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะเด็กทุกคนนั้นแตกต่าง วิธีการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนก็ต่างกัน ดังนั้นคุณจำเป็นต้องฝึกฝนที่จะใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์การสอนรูปแบบต่างๆ ให้ตรงกับเด็กแต่ประเภทหรือแต่ละกลุ่ม ตามสไตล์ และระดับทักษะความถนัดในวิชานั้นๆ เหล่านี้จะช่วยให้ชั้นเรียนของคุณมีความน่าสนใจ และสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กๆได้ดี


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.trainkru.com/

กดไลค์ กดแชร์ ติดตามข่าวสารและสื่อการสอน


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !


วิธีการดาวน์โหลด สือการสอน แผนการสอน

จำหน่ายแผนการสอน ป.1-ม.6 ล่าสุด


หมวดหมู่ : คู่มือครู

เนื้อหาแนะนำ คู่มือครู

รวมหนังสือเตรียมสอบ


 
แจกสื่อการสอน แผนการสอน ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึก เอกสารราชการ
กลุ่มบน Facebook · สมาชิก 14,534 คน
เข้าร่วมกลุ่ม
*เกี่ยวกับ https://www.hongpakkroo.com เว็บไซต์ ห้องพักครูดอทคอม เป็นสื่อกลางในการให้บริการ เรื่องแผนการสอน ใบงาน ใบคามรู้ นวัตกรรม ข่าวสารเกี่ยว...
 



ข่าว ล่าสุด

GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
facebook