จ้างหมอลำซิ่งจังหวัดบุรีรัมย์

อัพเดทล่าสุด 30 พ.ย. 2561 19:10:14 น. เข้าชม 25 ครั้ง

ราคา ไม่ระบุ

  • แจ้งให้ทราบ ก่อนชำระเงิน หรือกระทำการใดๆ:


    1. หลีกเลี่ยงการ ฉ้อโกงโดยเลือกการพบปะเพื่อทำการซื้อ ขาย หรือทำการชำระเงินผ่านทางระบบ Paypal
    2. ไม่ควรทำการชำระเงินโดย Western Union, Moneygram หรือการชำระเงินอื่น ๆ ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ
    3. กรุณาอย่าทำการขายนอกพื้นที่ จังหวัดหรือประเทศไทย. และอย่ารับเช็คจากนอกประเทศของคุณ
    4. เว็บไซต์ hongpakkroo.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการใดทั้งหมดที่ลงประกาศฟรีในหน้านี้
    5. เว็บไซต์นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรายการ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชำระเงินใด ๆ ,การขนส่ง,
    การทำธุรกรรมหรือการรับประกันบริการรับฝากทรัพย์สินหรือข้อเสนอใน "การคุ้มครองผู้ซื้อ " หรือ "การรับรองผู้ขาย "

    รายละเอียดประกาศ

     

    สวัสดีคับหากท่านเป็นคนในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ต้องการใช้บริการ จ้างหมอลำซิ่งจังหวัดบุรีรัมย์สำนักงานหมอลำ สนั่น รัตนธรรม ศูนย์รวมหมอลำดัง หมอลำดี บริการ เวที เครื่องเสียง ระบบไฟ อลังการ รับงานทั่วไทย 
    หมอลำซิ่ง กับวงดนตรีอิเลคโทนจังหวัดบุรีรัมย์ราคาค่าจ้างเริ่มต้นตั้งแต่ 25,000 - 100,000 ขึ้นอยู่กับรูปแบบงานแสดง 
    หมอลำลำซิ่งจังหวัดบุรีรัมย์หมอลำเพลิน ฟังลำเต้ย กลอนลำเต้ย ติดต่อจ้างหมอลำ ราคาว่าจ้างหมอลำซิ่ง

    จ้างหมอลำซิ่งจังหวัดบุรีรัมย์

     

     

     

    ชมผลงานการแสดงสดหมอลำกลอนซิ่ง

     

     

    บริการจัดหาหมอลำกลอนซิ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ลำกลอนประยุกต์ จ้างเวทีเครื่องเสียง ระบบ แสง สี
    จ้างวงดนตรจังหวัดบุรีรัมย์งานบวช งานบุญ งานแต่ง วงดนตรีอีเล็คโทน เช่าคาราโอเกะ วงดนตรีคาราโอเกะ วงดนตรีบรรเลง
    จังหวัดบุรีรัมย์บริการเช่าเวที เวทีให้เช่า - เช่าเครื่องเสียง เช่าเครื่องดนตรี เช่าระบบเสียง
    ราคาหมอลำซิ่ง/ราคาว่าจ้างหมอลำซิ่ง/แหล่งว่าจ้างสถานที่ว่าจ้างหมอลำในจังหวัดบุรีรัมย์
    จังหวัดบุรีรัมย์รวมสุดยอดคณะหมอลำอีสาน หมอลำหมู่ หมอลำลำซิ่ง หมอลำเพลิน ลำกลอนประยุกต์

     

     


    จัดโต๊ะจีนนครพนม

    ใต้ภาพ  sp โต๊ะจีน รับจัดโต๊ะจีน จัดเลี้ยงนอกสถานที่ ที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี มีลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจจำนวนมาก จัดอาหารโต๊ะจีน บุฟเฟ่ต์ ค็อกเทล ดอกไม้ตกแต่ง น้ำแข็งแกะสลัก ซุ้มลูกโป่ง ดนตรี ราคาเป็นกันเอง

     

    หมอลำเพลิน

    หมอลำเพลิน หรือหมอลำหมู่ เป็นการลำที่มีผู้แสดงครบหรือเกือบครบตามจำนวนตัวละครในเรื่องที่ดำเนินการแสดง มีอุปกรณ์ประกอบทั้งฉาก เสื้อผ้า สมจริงสมจัง และยังมีเครื่องดนตรีประกอบ คือ พิณ (ซุงหรือซึง) แคน กลอง การลำมี ๒ แนวทาง คือ

    ๑.ลำเวียง เป็นการลำแบบลำกลอน
    ๒.หมอลำแสดงเป็นตัวละครตามบทบาทในเรื่อง การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้า แต่ก็ได้อรรถรสของละครพื้นบ้าน หมอลำได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเองในการลำทั้งทางด้านเสียงร้อง ปฏิภาณไหวพริบ และความจำเป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ 
    ต่อมาเมื่อดนตรีลูกทุ่งมีอิทธิพลมากขึ้นจึงเกิดพัฒนาการของลำหมู่อีกครั้งหนึ่ง โดยได้ประยุกต์กลายเป็นลำเพลิน มีการใช้จังหวะที่เร้าใจชวนให้สนุกสนานก่อนการลำเรื่องในช่วงหัวค่ำ จะมีการนำเอารูปแบบของวงดนตรีลูกทุ่งมาใช้เรียกคนดู กล่าวคือ มีนักร้อง (หมอลำ) มาร้องเพลงลูกทุ่งหรือเพลงสตริง ที่กำลังฮิตในขณะนั้น มีหางเครื่องเต้นประกอบนำเอาเครื่องดนตรีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด แซกโซโพน ทรัมเปต และกลองชุด โดยนำมาผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีเดิม ได้แก่ พิณ แคน ทำให้ได้อรรถรสของดนตรีที่แปลกออกไป

    คณะหมอลำเพชรแก้วฟ้ารุ่ง บ้านดอนแก้ว อำเภอเสลภูมิ
    คณะหมอลำที่บ้านดอนแก้ว เดิมเคยเล่นเป็นคณะแล้วเลิกไปประมาณ ๓๐ ปี เนื่องจากการแสดงหมอลำมีการวิวัฒนาการเปลี่ยนไป ผู้ชมมีน้อยลง ผู้ที่ทำการแสดงมีครอบครัว และแยกไปทำมาหากิน คณะหมอลำเพลินที่เคยก่อตั้ง คือ คณะ อ.อำนาจเจริญศิลป์ ที่แสดงโดยใช้เครื่องปั่นไฟ มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้นมีแค่พิณโปร่ง กลองชุด และแคนเท่านั้น โดยเมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อนนั้น นายประมวล โดนแก้ว ที่เป็นผู้ก่อตั้งคณะได้ว่าจ้าง นายคำเกิ่ง ทองจันทร์ เป็นผู้มาฝึกสอนให้โดยให้ค่าจ้าง ๓,๐๐๐ บาทแต่เมื่อพ่อประมวลมีอายุมากขึ้นก็ทิ้งการแสดง ทำให้ปัจจุบันการแสดงหมอลำเพลินที่บ้านดอนแก้วจึงไม่มีการสืบทอด คงเหลือแต่ผู้ร่วมงานที่ยังคงเล่นและร้องหมอลำได้ แต่ก็กระจัดกระจายกันออกไป
     
    การแสดงหมอลำเพลิน ในอดีต มักนิยมแสดงเมื่อมีผู้มาจ้างตามงานต่างๆ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไปการจ้างหมอลำเพลินก็ไม่มีผู้นิยม เนื่องจากความชอบของคนในปัจจุบันจะหันไปชอบหมอลำซิ่ง ซึ่งมีจังหวะที่เร้าใจมากกว่า
    การแต่งกายของคณะหมอลำ ยังใช้เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ที่เป็นการประยุกต์อิงมาจากการแสดงลิเกของภาคกลาง โดยผู้ชายสวมเสื้อกั๊ก มีกางเกง ผู้หญิงสวมชุดคล้ายชุดลิเก
     
    หมอลำกับสังคมอิสาน

    หมอลำเป็นมหรสพที่มีวิวัฒนาการควบคู่กับสังคมอิสานเมื่อสภาพสังคมอิสานเปลี่ยนไป

     รูปแบบและเนื้อหาของการแสดงหมอลำก็เปลี่ยนไปด้วย การเปลี่ยนแปลงของศิลปะการแสดงหมอลำมีทั้งที่เป็นเชิงอนุรักษ์และพัฒนา การอนุรักษ์ในที่นี้เป็นการอนุรักษ์เฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ เป็นที่ชื่นชมยอมรับของผู้ฟัง ผู้ชม ขณะเดียวกันก็มีการปรับ ประยุกต์ หรือต่อเติมเสริมสร้างสิ่งที่ดีงาม ที่เรียกว่าการพัฒนาขบวนการเหล่านี้ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในศิลปะการแสดงหมอลำ
    หมอลำเพลินเป็นหมอลำหมู่อีกชนิดหนึ่งแต่เป็นทำนองที่เยิ่นเย้อเป็นลำทางยาว มาใช้ทำนองที่คึกคักเร้าใจ ก่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิเเพลิน เป็นสำคัญ ใช้เครื่องดนตรี พิณ แคน และกลองชุด เป็นหลัก ต่อมาพัฒนามาใช้วงดนตรีลูกทุ่งประกอบแทน นิยมใช้กลอนตลาดหรือกลอนแทรก ตามความสามารถและเชาวน์ปัญญาของผู้แสดง

    หมอลำเกิดจากการเล่านิทาน  ในสมัยก่อน พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายชาวอิสาน นิยมเล่านิทานให้ลูกหลานฟัง เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือเพื่อเป็นเครื่องกล่อมเกลาจิตใจของเด็กให้เป็นผู้มีพฤติกรรมที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ มีความขยันอดทน ไม่โหดเหี้ยมก้าวร้าว หรือมุทะลุดุดัน เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ หรือเอาแต่ใจตนเอง จนเป็ผลให้คนอิสานเป็นผู้ตั้งอยู่ในคุณธรรม มีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น

    การเล่านิทานนี้สามารถทำได้สองรูปแบบ แบบที่หนึ่ง เป็นการเล่านิทานแบบเป็นการ


    ส่วนตัว ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีเมตตาแก่ลูกหลาน โดยเล่าที่บ้านของตนเอง ซึ่งอาจจะเป็นบนบ้าน ลานบ้าน หรือตามบริเวณที่ทำงานบ้านอื่นๆ ในตอนกลางวัน หรือตอนเย็นเมื่อว่างจากงานอื่นๆ แล้ว แต่ที่นิยมมากที่สุด คือ หลังจากรับประทานอาการเย็น และหมดภาระงานประจำวันแล้ว ก่อนนอนเด็กจะรบเร้าให้ผู้ใหญ่เล่านิทาานให้ฟังตามช่วงเวลาที่นัดหมายหรือสัญยากันไว้ เมื่อเด็กอยากฟังนิทานผู้ใหญ่ก็มักที่จะขอร้องเด็ก ให้ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงามเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการเล่านิทาน เป็นการเน้นย้ำให้เด็กได้มีโอกาสสั่งสมคสวามดีงามเพิ่มเติมจากที่ได้รับจากเนื้อหาสาระของนิทานที่ได้ฟัง

     การเล่านิทานที่เป็นทางการนั้น นิยมเล่ากันในงานงันเฮือนดี กล่าวคือ เมื่อมีคนตาย ญาติพี่น้องจะมาร่วมประชุมช่วยงานที่บ้านของผู้ตายในเวลากลางคืนประมาณ ๓ คืน และเพื่อเป็นเพื่อนแก้เหงาแก่สมาชิกครอบครัวนั้น ในงานนี้เจ้าภาพนิยมไปติดต่อผู้ชำนาญในการอ่านหนังสือใบลาน ซึ่งเป็นนิทานชาดก เช่น เรื่องสังข์ศิลป์ชัย เรื่องท้าวสุริวงศ์ เรื่องจำปาสี่ต้น หรืออื่นๆ มาอ่านให้ผู้ร่วมงานฟัง

     เนื่องจากหนังสือชาดกเหล่านี้ เป็นคำประพันธ์ที่ไพเราะ ถ้อยคำสละสลวย มีจังหวะลีลาที่ประทับใจผู้ฟัง บางขณะผู้อ่านอาจทำเสียงสะอึกสะอื้น หรือใส่อารมณ์ ให้ผู้ฟังสะเทือนอารมณ์ จนต่อมาทำนองอ่านหนังสือนี้ ได้กลายมาเป็นทำนองลำทางยาว ของหมอลำพื้นและหมอลำกลอน ซึ่งเรียกกันว่า "ลำอ่านหนังสือ" และใช้แคนเป่าประกอบจะเกิดเป็นหมอลำพื้น

     กลุ่มวัฒนธรรมหมอลำ คือกลุ่มวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรอาศัยอยู่ในทุกจังหวัดของภาคอิสาน ลักษณะเด่นทางวัฒนธรรมของชนกลุ่มนี้ คือ พูดภาษาไทย-ลาว ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงแบบธรรมดา ไม่มีหางหรือโจงกระเบน กินข้าวเหนียว ปลาแดก มีแคนเป็นเครืองดนตรีเอก และมีหมอลำเป็นการละเล่นที่สำคัญที่สุด


    ที่มาและความหมายของคำว่า "หมอลำ"

    คำว่า "หมอลำ" ประกอบขึ้นด้วยคำสองคำ คือ "หมอ" และ "ลำ" คำว่าหมอนี้ หมายถึงผู้รู้

    หรือผู้เชี่ยวชาญในวิชาสาขาใดสาขาหนึ่ง เช่น หมอยา หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยา หมอมอ หมอโหร หมอทวย หมอเลข หรือ หมอฮูฮา (โหรา) หมายถึงผู้ชำนาญในการทำนายโชคชะตา หมอน้ำมนต์ หมายถึงผู้ชำนาญการในการทำน้ำมนต์ หมอสูตร หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญในการใช้สูตร เช้น สูตรขวัญ และหมอธรรม หมายถึง ผู้ชำนาญการในการใช้คาถาในการสะเดาะเคราะห์ ปราบ หรือขับไล่ผีต่างๆ ให้หนีไป เป็นต้น

     ส่วนคำว่า "ลำ" นั้น ท่านผู้รู้บางท่านได้สันนิษฐานไว้ดังนี้ คือ แนวสันนิษฐานที่บอกว่า ลำเป็นคำลักษณนาม ใช้เรียกสิ่งที่มีลักษณะยาว เช่น ลำไผ่ ลำพร้าว ลำตาล หรือลำน้ำ เช่น ลำโขง ลำชี ลำมูล เป็นต้น เนื่องจาก นิทานพื้นบ้านหรือวรรณกรรมอิสาน เป็นเรื่องที่ยืดยาวคนทั้งหลายจึงเรียกวรรณกรรมเหล่านี้ว่า "ลำ" เช่น ลำสังข์ศิลป์ชัย ลำกาฬเกศ ลำสีธนมโนรา ลำแตงอ่อน ลำขูลูนางอั้ว เป็นต้น หากผู้ใดมีความชำนาญในการจดจำหรือท่องจำบทกลอนเนื้อหาของนิทานหรือวรรณกรรมเหล่านี้ได้ บุคคลผู้นั้นก็ได้ชื่อเป็น "หมอลำ"

     แนวการสันนิษฐานอีกแนวหนึ่ง เกี่ยวกับความหมายของคำว่า "ลำ" มีว่า เดิมทีนั้นวรรณกรรมหรือนิทานพื้นบ้านอิสานนิยมจาร หรือบันทึกไว้ในใบลานหรือบนติวไม้ไผ่ (ผิวไม่ไผ่) หรือลำไม้ไผ่ ฉะนั้นนิทานพื้นบ้านเหล่านี้จึงมีคำว่า "ลำ" นำหน้า

    เดิมทีสมัยโบราณในภาคอีสานเวลาค่ำเสร็จจากกิจธุรการงานมักจะมาจับกลุ่มพูดคุยกัน กับผู้เฒ่าผู้แก่เพื่อคุยปัญหาสารทุกข์สุกดิบและผู้เฒ่าผู้แก่นิยมเล่านิทานให้ลูกหลานฟังนิทานที่นำมาเล่าเกี่ยวกับจารีตประเพณีและศีลธรรม ทีแรกนั่งเล่าเมื่อลูกหลานมาฟังกัน มากจะนั่งเล่าไม่เหมาะ ต้องยืนขึ้นเล่า เรื่องที่นำมาเล่าต้องเป็นเรื่องที่มีในวรรณคดี เช่นเรื่องกาฬเกษ สินชัย เป็นต้น    ผู้เล่าเพียงแต่เล่าไม่ออกท่าออกทางก็ไม่สนุกผู้เล่าจึงจำเป็นต้องยกไม้ยกมือแสดงท่าทางเป็น พระเอก นางเอก เป็นนักรบ เป็นต้น เพียงแต่เล่าอย่างเดียวไม่สนุก จึงจำเป็นต้องใช้สำเนียงสั้นยาว ใช้เสียงสูงต่ำ ประกอบ และหางเครื่องดนตรีประกอบ เช่น ซุง ซอ ปี่ แคน เพื่อให้เกิดความสนุกครึกครื้น ผู้แสดงมีเพียงแต่ผู้ชายอย่างเดียวดูไม่มีรสชาติเผ็ดมัน จึงจำเป็นต้องหา ผู้หญิงมาแสดงประกอบ เมื่อ ผู้หญิงมาแสดงประกอบจึงเป็นการลำแบบสมบูรณ์ เมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องต่าง ๆ ก็ตามมา เช่น เรื่องเกี้ยวพาราสี เรื่องชิงดีชิงเด่นยาด (แย่ง) ชู้ยาดผัวกัน เรื่องโจทย์ เรื่องแก้ เรื่องประชัน ขันท้า เรื่องตลกโปกฮาก็ตามมา จึงเป็นการลำสมบูรณ์แบบ จากการมีหมอลำชายเพียงคนเดียวค่อย ๆ พัฒนาต่อมาจนมีหมอลำฝ่ายหญิง มีเครื่อง ดนตรีประกอบจังหวะเพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งเพิ่มผู้แสดงให้มีจำนวนเท่ากับตัวละครใน เรื่อง มีพระเอก นางเอก ตัวโกงตัวตลก เสนา ครบถ้วน


    หมอลำหมู่ หมอลำเพลิน


      เป็นการลำที่มีผู้แสดงครบหรือเกือบจะครบตามจำนวนตัวละครในเรื่องที่ดำเนินการ

    แสดงมีอุปกรณืประกอบทั้งฉาก เสื้อผ้าสมจริงสมจังและยังมี.เครื่องดนตรีประกอบ  แต่เดิมทีมี

     หลัก ๆคือ พิณ (ซุง หรือ ซึง) แคน กลอง การลำจะมี ๒ แนวทาง คือ ลำเวียง จะเป็นการลำแบบลำกลอนหมอลำแสดงเป็นตัวละครตามบทบาทในเรื่อง การดำเนินเรื่อง ค่อนข้างช้า แต่ก็ได้ อรรถรสของละครพื้นบ้าน หมอลำได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเองในการลำ ทั้งทางด้านเสียงร้อง ปฏิภาณไหวพริบ และความจำ เป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุ

                  ต่อมาเมื่อดนตรีลูกทุ่งมีอิทธิพลมากขึ้นจึงเกิดวิวัฒนาการของ ลำหมู่อีกครั้งหนึ่งโดยได้ประยุกต์ กลายเป็น ลำเพลิน ซึ่งจะมีจังหวะที่เร้าใจชวนให้สนุกสนาน ก่อนการลำเรื่องในช่วงหัวค่ำจะมีการนำเอารูปแบบของ วงดนตรีลูกทุ่งมาใช้เรียกคนดู กล่าวคือ จะมีนักร้อง(หมอลำ) มาร้องเพลงลูกทุ่งหรือบางคณะหมอลำได้นำเพลงสตริง ที่กำลังฮิตในขณะนั้น มีหางเครื่องเต้นประกอบ นำเอาเครื่อง ดนตรีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น กีตาร์ คีย์บอร์ด แซ็กโซโฟน ทรัมเปต และกลองชุด โดยนำมาผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีเดิมได้แก่ พิณ แคน ทำให้ได้รสชาติของดนตรีที่แปลกออกไป ยุคนี้นับว่า หมอลำเฟื่องฟู มากที่สุดคณะหมอลำดัง ๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบจังหวัดขอนแก่น มหาสารคามอุบลราชธานี

                  หมอลำหมู่สามารถแบ่งตามทำนองของบทกลอนลำได้อีกซึ่งแต่ละทำนองจะออกเสียงสูงต่ำไม่เหมือนกัน ได้แก่ ทำนองขอนแก่น ทำนองกาฬสินธิ์ มหาสารคาม ทำนองอุบล เป็นต้น 

     คณะหมอลำที่บ้านดอนแก้ว เดิมเคยเล่นเป็นคณะแล้วทำการเลิกไปประมาณ ๓๐ ปี

     เนื่องจากการแสดงหมอลำมีการวิวัฒนาการเปลี่ยนไป ผู้ที่ชมมีน้อยลง และผู้ที่ทำการแสดงมีครอบครัว และแยกไปทำมาหากิน ทำให้คณะหมอลำเพลินที่เคยก่อตั้ง คือ คณะ อ.อำนาจเจริญศิลป์ ที่เคยแสดงโดยใช้เครื่องปั่นไฟ มีเครื่องดนตรีน้อยชิ้น มีแค่ พิณโปร่ง กลองชุด และแคนเท่านั้น โดยเมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อนนั้น พ่อประมวล โดนแก้วที่เป็นผู้ก่อตั้ง คณะ ได้ว่าจ้าง อ.คำเกิ่ง ทองจันทร์ เป็นผู้มาฝึกสอนให้ โดยให้ค่าจ้าง ๓,๐๐๐ บาท แต่เมื่อพ่อประมวลมีอายุมากขึ้น ก็ทิ้งการแสดงทำให้ปัจจุบันการแสดงหมอลำเพลินที่บ้านดอนแก้ว จึงไม่มีการสืบทอด คงเหลือแต่ผู้ร่วมงานที่ยังคงเล่นและร้องหมอลำได้แต่ก็กระจัดกระจายกันออกไป


    การแสดงหมอลำเพลิน ในอดีต มักจะนิยมแสดงเมื่อมีผู้มาจ้างตามงานต่ารงๆ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป การจ้างหมอลำเพลินก็ไม่มีผู้นิยม เนื่องจากความชอบของคนในปัจจุบันจะหันไปชอบหมอลำซิ่ง ซึ่งมีจังหวะที่เร้าใจมากกว่า

     

     การฟื้นฟูวงคณะขึ้นมาอีกครั้งพ่อสมศักดิ์ แสนสุพรรณ (การสัมภาษณ์)ให้ข้อเสนอแนะว่า คงจะต้องใช้เวลา เพราะได้ทิ้งกันมาเป็นเวลานาน และไม่มีการถ่ายทอด เนื่องจากการแสดงของคณะหมอลำเพลิน ต้องใช้ผู้แสดงค่อนข้างมาก เป็นจำนวน ๑๐ คน และตัวประกอบอีกค่อนข้างเยอะ นอกจากนั้นปัจจัยสำคัญในการสืบทอดต่อไปของหมอลำเพลิน คงจะต้องมีการถ่ายทอดสู่ลูกหลานต่อไป โดยที่มหาวิทยาลัย

     ราชภัฏร้อยเอ็ดมีโครงการปราชญ์ชาวบ้านถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ลูกหลาน ที่จะต้องการให้มาถ่ายทอดศิลปการแสดงหมอลำเพลินต่อเยาวชนในอนาคตต่อไป

     เนื่องจาการที่คณะหมอลำเพลินไม่ได้มีการจัดตั้งขึ้นมา การรับงานแสดงหรือค่าตอบแทนจึงไม่สามารถกำหนดได้ แต่เมื่อมีการแสดงในการจัดเก็บข้อมูลครั้งนี้แล้ว ทางคณะจะมีการตกลงเพื่อรับงานแสดงต่อไป ว่าค่าตอบแทนควรเป็นเท่าไร

     การแต่งกายของคณะหมอลำ ยังใช้เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ที่เป็นการประยุกต์อิงมาจากการแสดงลิเกของภาคกลางโดยผู้ชายจะสวมเสื้อกั๊ก มีกางเกง ผู้หญิงจะสวมชุดคล้ายชุดลิเก โดยชุดเครื่องแบบการแสดงในการจัดเก็บข้อมูลครั้งนี้ ได้ยืมมาจากคณะการแสดง ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

    ประกาศ/โฆษณาอื่นๆ ของสมาชิกท่านนี้

    (กรุงเทพมหานคร) - ช่าง » 17 ม.ค. 2562

    ราคา ไม่ระบุ

    เข้าชม 1 ครั้ง

    (กรุงเทพมหานคร) - ช่าง » 17 ม.ค. 2562

    ราคา ไม่ระบุ

    เข้าชม 1 ครั้ง

    (กรุงเทพมหานคร) - ช่าง » 17 ม.ค. 2562

    ราคา ไม่ระบุ

    เข้าชม 1 ครั้ง

    (กรุงเทพมหานคร) - ช่าง » 17 ม.ค. 2562

    ราคา ไม่ระบุ

    เข้าชม 1 ครั้ง

    (กรุงเทพมหานคร) - ช่าง » 17 ม.ค. 2562

    ราคา ไม่ระบุ

    เข้าชม 1 ครั้ง

GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 

ลงประกาศฟรี ทั่วไทย

facebook