loading...
หน้าแรก » ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป » ปปท.บุกค้นบ้านขรก.ซี 8 เอี่ยวโกงเงินกองทุนเสมาฯ สุดงงอยู่บ้านเก่า ไล่เช็กเส้นทางการเงิน

ปปท.บุกค้นบ้านขรก.ซี 8 เอี่ยวโกงเงินกองทุนเสมาฯ สุดงงอยู่บ้านเก่า ไล่เช็กเส้นทางการเงิน

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 23 มี.ค. 2561 06:56:27 น. เข้าชม 1050 ครั้ง

ปปท.บุกค้นบ้านขรก.ซี 8 เอี่ยวโกงเงินกองทุนเสมาฯ สุดงงอยู่บ้านเก่า ไล่เช็กเส้นทางการเงิน ☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>  
Share on Google+ GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 

ปปท.บุกค้นบ้านขรก.ซี 8 เอี่ยวโกงเงินกองทุนเสมาฯ สุดงงอยู่บ้านเก่า ไล่เช็กเส้นทางการเงิน

หมวดหมู่ : ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป

ปปท.บุกค้นบ้านขรก.ซี 8 เอี่ยวโกงเงินกองทุนเสมาฯ สุดงงอยู่บ้านเก่า ไล่เช็กเส้นทางการเงิน

จากกรณี น.ส.ปนิดา ยศปัญญา นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ น.ส.ณัฏกานต์ หมื่นพล อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ที่ส่อทุจริต ปลอมลายมือชาวบ้านเซ็นรับเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ติดเชื้อเอชไอวี คนละ 2,000-3,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 6.9 ล้านบาท ต่อมา พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ท. สั่งจัดชุดปฏิบัติการ ป.ป.ท.ทุกเขตพื้นที่ทั่วประเทศ ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้ง 70 แห่ง พบมีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งที่เป็นเป้าเร่งด่วน 37 ศูนย์ คาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือน เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ท.ตรวจพบหลักฐานส่อถึงการทุจริต และนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบไปยังศูนย์คุ้มครองฯ ทั่วประเทศ และยังสาวไปถึงการทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 23 มี.ค. พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. พร้อม พ.ต.อ.ธนวุฒิ โพธิ์ชุ่ม ประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ป.ป.ท. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. ตำรวจ บก.ปอท. และตำรวจ สน.ดอนเมือง นำหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เลขที่ 2/2561 และ3/2561 ลงวันที่ 22 มี.ค.2561 ขอค้นบ้านเลขที่ 310/926 และ310/927 หมู่บ้านปิ่นเจริญ 3 ถนนสรงประภา 14 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ของนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ระดับ 8 กระทรวงศึกษาธิการ ที่เกี่ยวทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ทุนการศึกษาของนักเรียนในโครงการ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ช่วงปี 60 นำเงินไปเข้าบัญชีบุคคลอื่นเป็นเงิน 18.8 ล้านบาท เพื่ออายัดทรัพย์สินทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

เมื่อถึงพื้นที่เป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นของศาล เพื่อขอเข้าตรวจค้นหลักฐานนำมาประกอบการไต่สวนมูลฟ้อง และหลักฐานอื่นอันเป็นเหตุสงสัยว่าใช้เพื่อกระทำความผิด โดยสภาพบ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์หลังเก่า 2 หลังติดกัน มีการนำผ้าม่านและผ่านสังกะสีปิดซ้อนกับประตูรั้วอย่างมิดชิด พ.ต.ท.สิริพงษ์ได้แสดงหมายค้น และชี้แจงวัตถุประสงค์กับนางรจนา นานกว่า 20 นาที โดยนางรจนาโทรศัพท์หารือกับทนายความก่อนอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เข้าตรวจค้นเก็บหลักฐาน

พ.ต.ท.สิริพงษ์ เปิดเผยว่า คดีนี้เลขาธิการป.ป.ท.มีนโยบายให้ทำงานเชิงรุก ภายหลังบอร์ดป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดก็ได้ขอหมายค้นเข้าตรวจค้น เพื่อเก็บพยานหลักฐานในทันที เนื่องจากกรณีของนางรจนามีเหตุต้องสงสัยว่าเป็นเพียงข้าราชการระดับ 8 แต่สามารถใช้ช่องว่างทุจริตอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี สร้างความเสียหายให้กับระบบราชการกว่า 100 ล้านบาท

ขณะที่สภาพบ้านพักค่อนข้างทรุดโทรม จึงเป็นประเด็นต้องสงสัยถึงเส้นทางการเงิน โดยเบื้องต้นพบเส้นทางการเงินที่ได้จากการทุจริตนำไปเข้าในบัญชีของบุคคลต่างๆ ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันแล้ว แต่อยู่ระหว่างการขยายผลว่าเงินไหลออกไปจุดใดบ้าง ที่สำคัญในคดีมีข้อสงสัยว่าการอนุมัติทุนทำในรูปคณะกรรมการ มีผู้ร่วมพิจารณาเป็นจำนวนมาก เหตุใดจึงทุจริตเพียงคนเดียว โดยไม่พบร่องรอยของผู้ร่วมพิจารณารับรู้เรื่องด้วย สำหรับผู้ที่มีชื่อรับเงินจากนางรจนาจะต้องเสนอให้บอร์ดป.ป.ท. มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีทั้งหมด

ต่อมาเวลา 08.00 น. พ.ต.ท.สิริพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มีเวลาในการตรวจอายัดหลักฐาน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. จะพยายามตรวจอายัดให้เสร็จภายในวันนี้ ก่อนนำหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบ และหาความเชื่อโยงว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ เบื้องต้นตรวจอายัดแฟ้มเอกสารจำนวนมาก และคอมพิวเตอร์อีกจำนวนหนึ่ง


ทั้งนี้จากการตรวจสอบบ้าน 2 หลัง สามารถทะลุถึงกันได้ มีคนในครอบครัวรวมประมาณ 4 คน รวมนางรจนาด้วย ซึ่งให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการตรวจเป็นอย่างดี หลังจากนี้จะนำหลักฐานทั้งหมดกับป.ป.ท. เพื่อให้คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงตรวจหาพยานหลักฐานต่อไป นอกจากนี้ ยังตรวจอายัดเอกสารที่อยู่ภายในรถยี่ห้อ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีน้ำเงิน ทะเบียน ศส 6116 กรุงเทพฯ ของนางรถจนาที่จอดอยู่หน้าบ้านไปตรวจสอบด้วย

ด้าน พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายค้น ตรวจอายัดหาพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อหาความเกี่ยวโยงกับคดีทุจริตงบกองทุนเสมาฯ และหาพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับนางรจนา ส่วนใหญ่พบเอกสารและแฟ้มจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะนำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากนี้หากพบความเกี่ยวโยงถึงใคร และข้าราชการระดับสูง คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ป.ป.ท. จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ พบว่าปปง.ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินบุคคลที่ไม่ใช่เครือญาติของนางรจนา ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในสำนวน แต่ยังต้องขอเวลาตรวจสอบต่อไปอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศธ.ตรวจสอบภายในพบเบาะแสทุจริต รมว.ศธ.จึงสั่งการให้ตรวจสอบย้อนหลังไปจนถึงปี 2551 ในแต่ละกองทุนเสมาฯจะได้รับอนุมัติงบประมาณปีละ 10-30 ล้านบาท พบถูกโอนเงินไปพักไว้ในบัญชีแม่ น้องชาย น้องสาว น้องสะใภ้ และลูกศิษย์ของนางรจนา รวมถึงบัญชีของบุคคลอื่นๆ รวม 22 บัญชี จากนั้นจึงโอนกลับเข้าบัญชีของตนเอง ในชั้นสอบสวนนางรจนารับสารภาพว่า เป็นผู้ดำเนินการเพียงคนเดียว โดยมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขาจดบันทึกรายงานการประชุม หลังการประชุมนางรจนาจะทำเอกสารต่างๆ แทนที่จะนำเงินเข้าบัญชีของนักเรียน แต่กลับทำเอกสารระบุรายชื่อบัญชีของเครือญาติมาสอดแทรกเข้าไปเพื่อรับเงินแทนก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาอนุมัติเงิน

ต่อมา ศธ.แจ้งความ พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เอาผิดนางรจนา ดำเนินคดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่เบียดบังงบประมาณ ปี 60 นำเงินไปเข้าบัญชีบุคคลอื่นเป็นเงิน 18.8 ล้านบาท ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ส่งสำนวนมาให้ ป.ป.ท.สอบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมติดตามทรัพย์

ล่าสุดที่คณะกรรมการ หรือบอร์ด ป.ป.ท. มีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนางรจนา ตั้งข้อกล่าวหา 5 ข้อหา 1.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย มาตรา 147

2.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น มาตรา 151

3.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น มาตรา 161

4.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการในการปฏิบัติการตามหน้าที่ มาตรา 162

และ5.ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157

- ขอบคุณที่มา : ข่าวสด


หมวดหมู่ : ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป


ผู้สนับสนุน
loading...
***ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ รบกวน กดไลค์ให้ด้วยนะครับ***

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

สื่อ ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป





ข่าว ล่าสุด

GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
facebook