หน้าแรก » ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป » ย้อนดู‘ร.ต.อ.’แฉอดีตผู้การกาญจนบุรี สั่งแต่งเติมพยานให้‘ครูปรีชา’ ก่อนจ่อโดนฟันม.157

ย้อนดู‘ร.ต.อ.’แฉอดีตผู้การกาญจนบุรี สั่งแต่งเติมพยานให้‘ครูปรีชา’ ก่อนจ่อโดนฟันม.157

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 5 มี.ค. 2561 15:51:52 น. เข้าชม 1386 ครั้ง

ย้อนดู‘ร.ต.อ.’แฉอดีตผู้การกาญจนบุรี สั่งแต่งเติมพยานให้‘ครูปรีชา’ ก่อนจ่อโดนฟันม.157 ☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>  
Share on Google+  รับทำเว็บโรงเรียน 3900 ใช้งานได้เลย GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 

ย้อนดู‘ร.ต.อ.’แฉอดีตผู้การกาญจนบุรี สั่งแต่งเติมพยานให้‘ครูปรีชา’ ก่อนจ่อโดนฟันม.157

หมวดหมู่ : ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป

ย้อนดู‘ร.ต.อ.’แฉอดีตผู้การกาญจนบุรี สั่งแต่งเติมพยานให้‘ครูปรีชา’ ก่อนจ่อโดนฟันม.157

หลังคดีหวยอลเวง 30 ล้านเริ่มกระจ่างชัด หลังศาลออกหมายจับครูปรีชา ใคร่ครวญ คู่กรณีคดีหวย และเจ๊บ้าบิ่น แม่ค้าขายหวย ก่อนได้รับประกันตัวไป จากนั้นพล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก. ประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดี โดยระบุพล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ที่ถูกเด้งมาช่วยราชการก่อนหน้านี้ เข้าข่ายความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย

ซึ่งหากย้อนไปถึงการสืบสวนสอบสวนคดีหวย 30 ล้านก่อนหน้านี้ ได้มีคำสั่งให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีที่ร.ต.ท.จรูญ วิมล และนายปรีชา ใคร่ครวญ เกี่ยวกับคดีหวย 30 ล้านบาท มาให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามสอบสวน เนื่องจากคณะพนักงานสอบมีความจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อหาข้อเท็จจริงและพิสูจน์ให้เห็นความผิด ดังนั้นเพื่อให้การสืบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและยุติธรรมกับทุกฝ่าย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะปฏิบัติราชการการแทนผบ.ตร. และผอ.ศปก.ตร. จึงให้พล.ต.ต.สุทธิ ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผอ.ศปก.ตร.มอบหมาย โดยให้ไปรายงานตัวกับพล.ต.ท.สุรพล พินิจชอบ ผบช.ประจำสำนักงานผบ.ตร. ในวันที่ 22 ก.พ.2561 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

โดยก่อนหน้านี้พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ยังทำหนังสือถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้สั่งย้ายพล.ต.ต.สุทธิ มาปฏิบัติราชการที่ตร. โดยสรุปว่า ‘ร.ต.อ.’ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีนี้ รับแจ้งความจากนายปรีชา เป็นคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาที่ 1751/60 ลงวันที่ 26 พ.ย.2560 ได้หารือกับ ‘พ.ต.ท.’ เป็นรองผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองกาญจนบุรี มาโดยตลอด ซึ่ง‘พ.ต.ท.’สั่งการให้สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืน ต่อมาพล.ต.ต.สุทธิ เรียกสำนวนไปตรวจหลายครั้ง ทั้งที่บ้านพักและที่ทำงาน แล้วสั่งการให้สอบสวนพยานปากต่างๆให้กลมกลืน จึงแก้ไขบันทึกคำให้การเดิมของนายปรีชา น.ส.รัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และน.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช โดยเพิ่มข้อเท็จจริงลงในคำให้การเดิมที่สอบสวนไว้ครั้งแรก เพื่อให้เห็นว่ามีการกล่าวถึงพยานหลักฐานต่างๆครบถ้วนตั้งแต่การสอบสวนครั้งแรก โดยมีการแก้ไขในลักษณะนี้หลายครั้ง ส่วนคำให้การเดิมได้ฉีกทิ้ง โดยพล.ต.ต.สุทธิ และพ.ต.ท.ทราบมาโดยตลอด แต่ไม่ได้ทักท้วง

ต่อมามีคำสั่งจากบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และบช.ภ.7 แต่งตั้งพนักงานสอบสวน แต่สำนวนยังอยู่กับร.ต.อ. ซึ่งหลังจากที่พนักงานสอบสวนจากบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เข้ามารับผิดชอบ ก็มีการแก้ไขคำให้การ เมื่อมีคำสั่งบช.ภ.7 ที่ประชุมก็รับทราบว่ามีการแก้ไขคำให้การ แต่ไม่ได้มีการโต้แย้ง โดยมีพล.ต.ต.นายหนึ่ง บอกว่าทำไปแล้วเดี๋ยวหาทางแก้ไข จากนั้นพนักงานสอบสวนก็สอบสวนบุคคลดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อยืนยันให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่ถูกแก้ไข

นอกจากนี้เมื่อกลางเดือนม.ค.2561 พนักงานสอบสวน บช.ภ.7 ตกลงจะส่งซองพลาสติกบรรจุกสลากที่มีลายมือเขียนราคาสลากไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นลายมือของน.ส.พัชริดาหรือไม่ โดยซองดังกล่าวร.ต.ท.จรูญมอบให้เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 ซึ่งเก็บไว้ในโต๊ะทำงานของร.ต.อ. ต่อมาโต๊ะทำงานถูกรื้อค้น ซองพลาสติกดังกล่าวหายไป เมื่อปรึกษาพ.ต.อ.พิพัฒน์ รุ่งสัมพันธ์ ผกก.สอบสวน ก็ปรึกษาพล.ต.ต.นายหนึ่ง แล้วระบุให้ยกเลิกการส่งตรวจพิสูจน์ ซึ่งในการประชุมพนักงานสอบสวนของภ.จว.กาญจนบุรี และบช.ภ.7 ไม่มีการบันทึกการประชุม

ด้านพ.ต.ท. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ให้การว่า พล.ต.ต.สุทธิสั่งให้อายัดบัญชีธนาคารของร.ต.ท.จรูญ ต่อมามีเจ้าหน้าที่ศาลเล่าว่าอยู่ในเหตุการณ์ที่นายปรีชาซื้อหวย และเห็นเลขสลาก 726 แล่บมาจากกระเป๋าเสื้อ จึงกลับมาบอกให้ร.ต.อ.เรียกมาสอบปากคำเป็นพยานเพิ่มเติม และเมื่ออ่านคำให้การของพยาน หากพบว่าข้อเท็จจริงใดไม่สอดคล้องกันก็แนะนำให้ร.ต.อ.สอบสวนเหตุการณ์ให้กลมกลืน สาเหตุที่ไม่แนะนำให้สอบสวนเพิ่มเติมตามลำดับเหตุการณ์เพราะจะทำให้คำให้การไม่น่าเชื่อถือ อาจส่งผลต่อการพิจารณาน้ำหนักของพยานในชั้นพนักงานอัยการและชั้นศาล

รายงานระบุอีกว่า พฤติกรรมเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การนั้น ได้แก่ พล.ต.ต.สุทธิ และพ.ต.ท.ในฐานะผู้บังคับบัญชาของร.ต.อ. ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลต่อรูปคดีอย่างมาก ทำให้พยานหลักฐานของฝ่ายนายปรีชามีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการมีความเห็นทางคดีของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดีในชั้นศาลได้ ซึ่งการกระทำของพล.ต.ต.สุทธิ พ.ต.ท. และร.ต.อ. ทำให้ร.ต.ท.จรูญมาร้องขอความเป็นธรรมจากผบช.ก.ให้โอนคดีให้บก.ป.สอบสวน

ทั้งนี้พล.ต.ต.สุทธิ เกี่ยวข้องกับคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2560 โดยพ.ต.ท.ไปรายงานให้ทราบด้วยวาจา ต่อมาปรากฎตามสื่อว่าพล.ต.ต.สุทธิ เรียกนายปรีชา ร.ต.ท.จรูญไปเจรจาตกลง และนำสำนวนไปตรวจหลายครั้ง เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของคำให้การมาตลอด แต่ไม่ได้ทักท้วง ทำให้ร.ต.อ.จิรยุทธ์เข้าใจว่าการกระทำของตนถูกต้องตามคำสั่งของพล.ต.ต.สุทธิแล้ว

พฤติการณ์ของพล.ต.ต.สุทธิ เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจในฐานะที่ตนเองเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าพนักงานสอบสวนในจ.กาญจนบุรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่สอบสวนโดยไม่สุจริตเป็นธรรม และมีอคติเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีต่อไป อาจเป็นที่ไม่ไว้วางใจของคู่กรณีและประชาชน ตลอดจนอาจใช้อำนาจหน้าที่เข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานอันส่งผลให้พยานเกิดความหวาดกลัว จึงควรให้บ้ายมาปฏิบัติราชการที่ตร.โดยขาดจากตำแหน่งเดิมจนกว่าการสอบสวนคดีจะแล้วเสร็จ

- ขอบคุณที่มา : ข่าวสด


หมวดหมู่ : ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป


ผู้สนับสนุน
loading...
***ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ รบกวน กดไลค์ให้ด้วยนะครับ***

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

สื่อ ข่าวเด่น ข่าวฮอต ข่าวทั่วไป





ข่าว ล่าสุด

GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
facebook