หน้าแรก » ข่าวการศึกษา » ก.ค.ศ.เห็นชอบเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ยันผู้มีคุณสมบัติเดิมไม่เสียสิทธิ์ เริ่มใช้ 5 ก.ค.นี้

ก.ค.ศ.เห็นชอบเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ยันผู้มีคุณสมบัติเดิมไม่เสียสิทธิ์ เริ่มใช้ 5 ก.ค.นี้

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 17 มิ.ย. 2560 02:06:54 น. เข้าชม 3142 ครั้ง

ก.ค.ศ.เห็นชอบเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ยันผู้มีคุณสมบัติเดิมไม่เสียสิทธิ์ เริ่มใช้ 5 ก.ค.นี้ ☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>  
Share on Google+ GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 

ก.ค.ศ.เห็นชอบเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ยันผู้มีคุณสมบัติเดิมไม่เสียสิทธิ์ เริ่มใช้ 5 ก.ค.นี้

ก.ค.ศ.เห็นชอบเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ยันผู้มีคุณสมบัติเดิมไม่เสียสิทธิ์ เริ่มใช้ 5 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ตามที่สำนักงานก.ค.ศ.เสนอร่างมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอน และเงื่อนไขเกี่ยวกับประสบการณ์ในตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า ดังนี้ กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ให้มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เป็นเวลา 5 ปี จึงจะขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้นในแต่ละระดับ

นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะใหม่ สายงานการสอน ร่างตัวชี้วัดการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านการจัดการเรียนการสอน และร่างบทเฉพาะกาลหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ โดยร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะใหม่ สายงานการสอน ผู้จะขอมีหรืเลื่อนวิทยฐานะจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ ในแต่ละระดับ 5 ปี มีชั่วโมงการปฏิบัติงานตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด คือ ชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ 800 ชั่วโมงต่อปี  เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ 900 ชั่วโมงต่อปี ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย/จรรยาบรรณวิชาชีพ ย้อนหลัง 3 ปีการศึกษา นับถึงวันที่ยื่นคำขอและในระหว่างการดำเนินการจนถึงวันที่ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)กศจ. หรือ ก.ค.ศ. มีมติอนุมัติ เป็นต้น

ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ที่มีสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์ฯเดิม จะไม่เสียสิทธิ์ โดยกำหนดใน ร่างบทเฉพาะกาลหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ดังนี้ผู้ที่ยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว17/2552 ไว้ ก่อนการประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ต่อมาทราบผลการประเมินภายหลังเกณฑ์ใหม่ประกาศใช้ สามารถยื่นขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ ว17/2552 ได้อีก 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่หลักเกณฑ์กำหนด ผู้ที่ดำรงตำแหน่งครู อยู่ก่อนวันที่ประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ แต่ยังมีคุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์ ว 17/2552 สามารถยื่นขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ ว 17/2552 ได้ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีคุณสมบัติครบ และผู้ที่มีคุณสมบัติในแต่ละวิทยฐานะครบ ตามหลักเกณฑ์ ว17/2552 ตั้งแต่วันที่หลักเกณฑ์ใหม่ประกาศใช้ สามารถยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ ว17/2552 ได้ ภายใน 1 ปี นับจากวันที่หลักเกณฑ์ใหม่ประกาศใช้ ส่วนผู้ที่มีคุณสมบัติครบทั้งเกณฑ์เก่าและเกณฑ์ใหม่ สามารถเลือกยื่นขอรับการประเมินได้ตามเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง ในช่วงเปลี่ยนผ่านหากข้าราชการครู มีความประสงค์จะยื่นขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์ใหม่ แต่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ ก.ค.ศ. จะมีหลักการเทียบคุณสมบัติให้ ทั้งนี้ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่ดังกล่าวจะประกาศใช้วันที่ 5 กรกฎาคมนี้


นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ ร่างกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. …. ร่างฐานในการคำนวณและช่วงเงินเดือนสำหรับการเลื่อนเงินเดือนในแต่ละอันดับ ของข้าราชการครุและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และ ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นการเลื่อนเงินเดือนแบบเปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนและอนุมัติให้การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในรอบการประเมินผลการปฏิบัติงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2560ตามหลักเกณฑ์และวิธีการเดิมไปพลางก่อน ขณะเดียวกันที่ประชุมยังอนุมัติหลักเกณ์และวิธีการคัดเลือก ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ให้มาดำรงตำแหน่งในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เฉพาะการเกลี่ยในรอบแรก ที่กำลังจะดำเนินการ โดยคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติครบตามเดิม แต่เพิ่มการประเมินใน 3 เรื่องคือ ประเมินความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ และประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ทั้งนี้เพื่อให้การจัดสรรอัตรากำลังเป็นไปตามกรอบที่กำหนด นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบกรอบอัตรากำลังในสำนักงานศธจ. แบ่งเป็นขนาดจังหวัด ดังนี้ ขนาดใหญ่พิเศษ 11 จังหวัด 68 ตำแหน่ง ขนาดใหญ่ 8 จังหวัด 65 ตำแหน่ง ขนาดกลาง 27 จังหวัด 60 ตำแหน่ง และขนาดเล็ก 31 จังหวัด 56 ตำแหน่ง

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 16 มิถุนายน 2560




กดไลค์ กดแชร์ เพื่อติดตามรับสื่อการสอน แผนการสอนฟรี
ผู้สนับสนุน
GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
ข่าวครูเกี่ยวกับครู คลิก ►
   
แจกฟรีใบงาน สื่อการสอน งานวิจัย แผนการสอน คลิก ►
 

***ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ รบกวน กดไลค์ให้ด้วยนะครับ***


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

สื่อ ข่าวการศึกษา





ข่าว ล่าสุด

GED : chulatutor : จุฬาติวเตอร์ 
facebook
Please disable Adblock!